November 26
แค่มอง....

มีอยู่ว่า...
สมัยตอนเป็นเด็ก จำได้ว่าในวิชาพละศึกษา คุณครูสั่งให้เราวิ่งรอบสนามกันคนละ
10 รอบ เพื่อจับเวลา ของแต่ละคน แถมยังมีรางวัลมาล่อใจอีกด้วยว่า
ใครเข้าเส้นชัยได้คนแรกจะมีคะแนนพิเศษเพิ่มให้
พอเริ่มออกสตาร์ท ฉันก็สังเกตเห็นเพื่อนหลายคน
พยายามจะเบียดตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด
เพื่อที่จะได้เปรียบคนอื่นในช่วงออกตัว แล้วพอครูบอกว่าวิ่งได้เท่านั้นแหละ
เพื่อนหลายคนของฉันก็วิ่งปรู๊ดออกไปแบบไม่คิดชีวิต
ส่วนฉัน - โน่น วิ่งอยู่หลังสุด ไม่ได้ช้าเพราะเหนื่อย หรือเพราะวิ่งไม่เก่ง
แต่ฉันกำลังรู้สึกสนุกสนานกับการวิ่งจับเวลาซะเหลือเกิน
เพราะฉันวิ่งไป- คุยไป กับเพื่อนซี้รู้ใจแบบไม่สนเวลา
ฉันสนใจความสนุกสนานระหว่างการวิ่งมากกว่า
บางทีเห็นคนข้างหน้าที่วิ่งนำมาหลายรอบกำลังชะลอความเร็ว เพราะเหนื่อยหอบ
ก็อดที่จะขอวิ่งแซงหน้าบ้างไม่ได้ หรือบางทีหันไปเห็นเพื่อนที่วิ่งรั้งท้ายตลอด
ก็จะพยายามวิ่งให้ช้าลง รอให้เขาวิ่งทันจะได้คุยไปด้วยกันหลายๆ คน….สนุกดี
หรือบางทีรู้สึกไม่อยากแซงคนข้างหน้าขึ้นมาเฉยๆ เพราะว่าวิ่งตามหลังเขา
จะได้แอบนินทาเขาได้ สนุกไปอีกแบบ จะทำลายสถิติไหม ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าวิ่งช้าๆ
มันไม่เหนื่อย และขอแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัยก็พอ
คงคล้ายๆ กับความรักกระมัง
ทุกคนมีเส้นชัยของตัวเอง มีสถิติที่ตัวเองพอใจ แต่คนที่เข้าเส้นชัยก่อน
ใช่ว่าจะคว้าความรักที่ดีได้ก่อนเสมอไป และสถิติที่ดี
ก็ไม่ได้การันตีว่าความรักจะสมบูรณ์แบบ
ในขณะที่สังคมทุกวันนี้ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ
อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า เพราะนั่นย่อม หมายถึง การพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป
แต่สังคมของความรักสอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าวให้ช้าลง แต่หนักแน่นขึ้น
โลกภายนอกบอกให้เรารู้ว่า อย่าวิ่งตามใครถ้าไม่แน่ใจว่าจะตามเขาได้ทัน
เพราะมันเสียแรงเปล่า และโง่เหลือเกิน แต่โลกของความรัก
ใครอีกหลายคนสมัครใจที่จะเป็นคนโง่ เพื่อวิ่งตามคนที่ตัวเองรักให้ทัน
ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีวันนั้น


เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน มีเส้นชัยในหัวใจของเธอเอง
คนรักของเธอเป็นนักวิ่งฝีเท้าดี เพราะตั้งแต่อยู่กันมา
เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ ไม่เคยบอกล่วงหน้า และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย
แต่ความเร็วของเขาก็ไม่มากไปกว่าความรักที่เธอมี
ความรักทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น ใกล้เขามากขึ้น
และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งระยะจนคลาดสายตาเธอ
แต่เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเขาเธอก็จะเลือกที่จะวิ่งให้ช้าลงราวกับว่าจะวิ่งเหยาะๆ
ตามเขาไปเรื่อยๆ เธอแซงหน้าเขาได้แต่......เธอไม่ทำ
แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขาในแนวเดียวกัน เธอก็ทำได้......แต่เธอไม่ทำ
เหตุผลที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอทำเอาใจฉันนิ่งงัน
“ ถ้าวิ่งให้ทันเขา หรือแซงหน้าเขาไป ฉันก็คงมองไม่เห็นเขาในชีวิตอีก
แต่ถ้าฉันวิ่งตามเขาห่างๆ แบบนี้ เท่ากับว่าฉันยังได้เห็นความเป็นไปของเขา
ยังมีเขาอยู่ในสายตา ในชีวิต แม้ว่าเขาจะไม่เคยหันหลังกลับมา
แล้ววิ่งให้ช้าลงเลยก็ตาม” “ แล้วทำไมไม่เข้าใกล้เขากว่านี้
ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย เธอเป็นคนรักของ เขา นะ”
คำถามของฉันทำให้แววตาของเพื่อนรักปรากฏรอยเศร้า
… แต่ปากยิ้ม
“ ฉันกลัวเขารู้ตัว แล้ววิ่งหนีฉันไปไกลยิ่งกว่านี้
ถึงวันนั้นฉันอาจเหนื่อยจนหมดแรงที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้ว…ห่างแบบนี้ดีกว่า ฉันได้เห็นเขา มันอุ่นใจ
หรือถ้าวันหนึ่งเขาล้มลง… ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทัน
และถ้ามันจะทำให้เขาเห็นความจริงใจของฉัน
เขาอาจจะชวนฉันวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง ถ้าเขาหายดีแล้ว”
ความรักทำให้คนมีความหวังอยู่เสมอ ในขณะเดียวกัน
มันก็ทำให้คนบางคนดูโง่งมงายเสียเต็มประดา ถ้าเพื่อนเลือกที่จะวิ่งออกนอกเส้นทาง
แล้วไปตั้งต้นใหม่กับใครสักคนที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน
ป่านนี้..เพื่อนของฉันคงเข้าเส้นชัยไปนานแล้ว
แต่เพื่อนยังคงเต็มใจที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ
แม้ว่าบางทีอาจจะไม่มีวันนั้น .. วันที่เพื่อนเข้าเส้นชัยแห่งความรัก
เพราะบางที….. “ เส้นชัย ” อาจไม่มีความหมาย
ต่อคนบางคนหากว่าเขาเข้าเส้นชัย แต่ได้ทำหัวใจหล่นหายไประหว่างทาง
เมื่อความสุขคือ… การโง่ที่จะรักและวิ่งตาม
ในสังคมของความรัก… ฉันจึงมองเห็นคนที่วิ่งช้า
และปรารถนาจะเป็นผู้ตามด้วยความเต็มใจอยู่เสมอ
ความรัก ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต …. แต่ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด
เป็นไงกันบ้างอะจ้ะ... บางครั้ง...บางคนก็คิดว่า
ทำไมจะต้องตามเค้านะ... ความคิดนี้คงจะเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ...
ตอนนี้ก็คงจะพอรู้สึกถึงความรู้สึกของการตามบ้างแล้วนะ..
อยากเป็นคนตาม...โดยที่ไม่รู้จักเหนื่อยบ้างเหมือนกันเน๊าะ..
